จาก คุณครูณรัฐ ราชนิกูล และคุณครูทัศนีย์ ลันแดง
โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์
แบบการนำเสนอวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practices) เกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
1.
ชื่อผลงาน กิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน
2.
ชื่อเจ้าของผลงาน นางสาวณรัฐ
ราชนิกูล , นางสาวทัศนีย์ ลันแดง โทรศัพท์มือถือ
-
โรงเรียนวังไกลกังวล
ในพระบรมราชูปถัมภ์ สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
อำเภอ
หัวหิน จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032-520478
3.
สอดคล้องกับหัวข้อต่อไปนี้ (ทำเครื่องหมาย ✓ ใน ☐ ที่สอดคล้อง )
☐ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
☑ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ / การประเมินพัฒนาการ
☑ การแก้ไขปัญหาชั้นเรียน
☐ อื่นๆ ระบุ (โครงสร้างพิเศษเสริมหลักสูตร)
4. หลักการและเหตุผล/
ความเป็นมา
ความสำคัญของ
กิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน คือ
การพัฒนาเด็กให้มีความพร้อมและพัฒนาการที่สมบูรณ์ตามวัยเป็นสิ่งที่สำคัญ จากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 ได้กล่าวไว้ว่า “ทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ 21 ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน”
ดังนั้นการส่งเสริมเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีร่วมถึงมีทักษะการสื่อสารที่เหมาะสมกับวัย
รู้จักการคิดแก้ปัญหา และสามารถปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ มีความกล้าแสดงออก
จำเป็นต้องเลือกการจัดประสบการณ์และการใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
ในการจัดประสบการณ์นั้นหนังสือนิทานก็มีบทบาทสำคัญ เพราะสำหรับเด็กนั้น
นิทานเป็นตัวกระตุ้นทักษะทางสายตา การฟัง และเพิ่มคลังคำศัพท์ นิทานบางเล่ม
ก็ยังช่วยเสริมพัฒนาการด้านผิวสัมผัส อีกทั้งยังช่วยสร้างสมาธิ
และการมีความคิดสร้างสรรค์รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพที่ดีอีกด้วย
โรงเรียนได้เห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการใช้ภาษา และเพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน นอกจากนี้และเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง และผู้ปกครองกับเด็ก รวมถึงยังได้ฝึกให้เด็กได้มีความคิดรวบยอด มีจินตนาการ และสามารถถ่ายทอดความคิดของตนเองให้ผู้อื่นได้รับรู้ ใช้ภาษารวมถึงการสื่อสารได้เหมาะสม และมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติและมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54
5.
วัตถุประสงค์
1.
เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และ
มีทักษะภาษาและการสื่อสารสมวัย
2.
เด็กสามารถถ่ายทอดความรู้ความคิดที่ได้จากการอ่าน
3. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง และผู้ปกครองกับเด็ก
6. แนวคิด/
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ที่เป็นแนวทางการกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน มีดังนี้
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ
Piaget
(1962)
ได้ศึกษาพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยที่มีพัฒนาการทางสติปัญญาที่สมบูรณ์
Piaget เชื่อว่า เด็กจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
โดยอาศัยขบวนการทำงานที่สำคัญของโครงสร้างทางสติปัญญา คือ ขบวนการปรับเข้าสู่โครงสร้าง
(Assimmilation) จะทำหน้าที่รับข้อมูลเข้ามาตีความหมายเท่าที่ระดับสติปัญญาจะรับรู้ได้
โดยนำสิ่งใหม่มาปรับให้เข้ากับความรู้เดิมที่มีอยู่
ถ้าข้อมูลใหม่ที่รับเข้ามานั้นแตกต่างจากข้อมูลเดิมมากก็จะไม่สามารถเข้าใจข้อมูล
ใหม่ได้หมด จึงต้องปรับข้อมูลก่อนรับเข้าไปในโครงสร้างทางความคิด ส่วนการปรับขยาย
โครงสร้าง (Accommodation) เป็นการปรับโครงสร้างที่มีอยู่แล้วภายในให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
โดยปรับ โครงสร้างทางความคิดให้เหมาะกับประสบการณ์ที่จะรับเข้าไป นอกจากนี้ Piaget
ยังเชื่อว่า ลำดับขั้นของพัฒนาการทางสมองของเด็กไม่ว่าจะอยู่ในสภาพของวัฒนธรรมใดก็ตาม
จะเป็นอย่างเดียวกันและพัฒนาการทางความคิดของบุคคลจากวัยเด็กถึงวัยที่มีพัฒนาการทาง
สติปัญญาที่สมบูรณ์ มีการพัฒนาเป็นลำดับขั้น (Stage) ตามวุฒิภาวะและมีความต่อเนื่องกัน
สภาพแวดล้อมมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเด็กให้ค้นพบความรู้ใหม่ที่จะนําเด็กไป
สู่ขั้นตอนต่าง ๆ ได้ อย่างสมบูรณ์
Piaget ได้แบ่งลำดับขั้นของพัฒนาการทางสติปัญญาเป็น
4 ขั้น คือ
1.
ระยะการแก้ปัญหาด้วยการกระทำ (Sensorimotor Stage) พัฒนาการขั้นนี้เริ่ม
ตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี เด็กจะเกิดการเรียนรู้จากประสาทสัมผัส
เด็กมักจะหยิบจับวัตถุมาลูบคลำ หรือ เคาะ ฯลฯ
ในขั้นนี้ความคิดความเข้าใจของเด็กจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น สามารถประสานงาน
ระหว่างกล้ามเนื้อมือและสายตา สามารถรู้ว่าสสารไม่หายไปจากโลก
สามารถค้นหาวัตถุที่เปลี่ยนที่ไปตลอดจนสามารถ สื่อสารโดยใช้ภาษาได้
เด็กวัยนี้ชอบทำอะไรบ่อย ๆ ซํ้า ๆ เป็นการเลียนแบบ พยายามแก้ปญหาแบบลองผิดลองถูก
เมื่อสิ้นสุดระยะนี้เด็กจะมีการแสดงออกของพฤติกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนวิธีการต่าง
ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแต่ความสามารถ ในการวางแผนของเด็กยังอยู่ในขีดจํากัด
2.
ระยะการแก้ปัญหาด้วยการรับรู้และยังไม่รู้จักใช้เหตุผล (Proportional
Stage) ระยะนี้อยู่ในช่วงอายุประมาณ 2-7 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็นขั้นย่อย
ๆ อีก 2 ขั้น คือ ในช่วงอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น
สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เหตุการณ์หรือมากกว่า
มาเป็นเหตุผลเกี่ยวโยงซึ่งกันและกันได้ แต่เหตุผลของเด็กวัยนี้ยังมีขอบเขตจํากัด
เพราะเด็กยังยึด ตนเองเป็นศูนย์กลาง คือยึดความคิดของตนเองเป็นใหญ่
และมองไม่เห็นเหตุผลของคนอื่น ความคิด
และเหตุผลของเด็กวัยนี้จึงไม่ค่อยถูกต้องกับหลักความเป็นจริง ในช่วงที่ 2
ของระยะนี้อยู่ในช่วงอายุ ประมาณ 4-7 ปี เด็กจะมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
รอบตัวดีขึ้น รู้จักแยกแยะชิ้นส่วนของ วัตถุ
เริ่มมีการพัฒนาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ แต่ยังไม่แจ่มชัด รู้จักแบ่งพวก
แต่ยังคิดหรือตัดสินผล ของการกระทำต่าง ๆ จากสิ่งที่เห็นภายนอกเท่านั้น
3.
ระยะแก้ปัญหาด้วยเหตุผลกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม
(Concrete-Operation
Stage) อยู่ ในช่วงอายุ 7-11 ปี
เป็นระยะที่เด็กเข้าใจความคิดของผู้อื่นได้ดี เพราะเด็กเริ่มลดความคิดยึดตนเอง เป็นศูนย์กลางโดยเริ่มนําเอาเหตุผลรอบ
ๆ ตัวมาคิดประกอบในการตัดสินใจหรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
เด็กวัยนี้สามารถคิดทบทวนกลับได้ นอกจากนี้ความสามารถในการจำของเด็กในช่วง
อายุนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สามารถจัดกลุ่มหรือจัดพวกได้อย่างสมบูรณ์สามารถสนทนากับบุคคล อื่นและเข้าใจความคิดของผู้อื่นได้ดี
4.
ระยะการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลกับสิ่งที่เป็นนามธรรม (Formal-Operation)
อยู่ในช่วง อายุ 11 ปีขึ้นไป
ขั้นนี้จะเป็นขั้นสุดท้ายของการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็ก Piaget เชื่อว่า ความคิดความเข้าใจของเด็กในขั้นนี้จะเป็นขั้นที่สมบูรณ์ที่สุด
คือเด็กจะสามารถคิดได้แม้สิ่งนั้นไม่ปรากฏให้เห็น สามารถตั้งสมมติฐานและพิสูจน์ได้
สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยมีการคิดก่อนแก้ปัญหานั้น ๆ
สามารถเข้าใจสูตรหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ดีพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัยนี้
จะเจริญเติบโตเต็มที่เช่นเดียวกับผู้ใหญ่แต่อาจมีการตัดสินใจแก้ปัญหาต่างจากผู้ใหญ่อยู่บ้างเพราะมีประสบการณ์น้อยกว่า
ซึ่งการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่านนั้นเป็นการพัฒนาเด็ก ให้เรียนรู้ผ่านหนังสือนิทาน และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อให้เด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีทักษะภาษาและการสื่อสารสมวัย ฝึกการใช้ความคิดและมีจินตนาการ รวมถึงสามารถถ่ายทอดความคิดที่ได้ให้ผู้อื่นได้รับรู้ มีความกล้าแสดงออกและเกิดความคิดรวบยอดได้
7. การดำเนินงาน/
กระบวนการ/วิธีการปฏิบัติ
โรงเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน
โดยมีกระบวนการทำงานดังนี้
1.
คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะครูระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 1-3 ได้ร่วมกันประชุมวางแผนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน
2.
เด็กปฐมวัยเข้าร่วมกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน ในรูปแบบออนไลน์ โดยจัดควบคู่ไปกับกิจกรรมถุงปัญญาการเรียนออนไลน์
และกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิต
3. ครูระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 1-3 จัดเตรียมและคัดเลือกหนังสือนิทานใส่ถุงปัญญาพร้อมด้วยสมุดบันทึกการอ่านให้เด็กปฐมวัย รวมถึงการส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่ผู้ปกครองในการทำกิจกรรม
4. เด็กปฐมวัยเล่าเรื่องราวที่ตนเองได้เรียนรู้จากหนังสือนิทาน พร้อมทั้งบันทึกลงในสมุดบันทึกการอ่านด้วยวิธีการวาดภาพและระบายสี
5. เมื่อมีกำหนดการคืนถุงปัญญาผู้ปกครองจะนำถุงปัญญารวมถึงหนังสือที่ได้มาคืนครูประจำชั้น โดยครูประจำชั้นจะหมุนเวียนเปลี่ยนหนังสือนิทานเล่มใหม่ให้กับเด็กปฐมวัย
6. นอกจากนี้เด็กปฐมวัยยังสามารถเรียนรู้จากหนังสือชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากนิทานที่ครูประจำชั้นจัดให้ในถุงปัญญา และผู้ปกครองอัดคลิปวิดิโอการเล่าเรื่องราวในนิทานส่งมาในกลุ่มไลน์ห้องเรียนเพื่อใช้ในการประเมินพัฒนาการด้านการใช้ภาษาสื่อสารที่เหมาะสมกับวัย
7. สรุปและประเมินผลในการจัดกิจกรรม และนำปัญหาที่พบมาปรับปรุงแก้ไขในการทำกิจกรรมในครั้งต่อไป
8.
แผนการดำเนินงาน/ ระยะเวลาในการดำเนินงาน
|
ขั้นตอน |
ระยะเวลาดำเนินการ |
ผู้รับผิดชอบ |
|
8.1 ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมวางแผนกิจกรรม 2. เสนอรายละเอียดกิจกรรม 3. ขออนุมัติกิจกรรม |
พฤษภาคม
2564 |
นางสาวณรัฐ
ราชนิกูล |
|
8.2 ขั้นดำเนินการ 1. จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อทำกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน 2. ดำเนินกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน |
พฤษภาคม
2564 – เมษายน 2565 |
นางสาวณรัฐ
ราชนิกูล |
|
8.3 ขั้นสรุปและประเมินผล 1. สรุปประเมินผล 2. รายงานผลการดำเนินงาน |
เมษายน
2565 |
นางสาวณรัฐ
ราชนิกูล |
9.
ผลการปฏิบัติงาน ส่งผลต่อการพัฒนาความเปลี่ยนแปลง อย่างไร
(แนบเอกสารหลักฐานประกอบ)
9.1 ผู้เรียน
ในการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่านนั้น
เด็กปฐมวัยมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น สามารถถ่ายเรื่องราว
และความคิดได้เป็นโยคอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
ทำให้เกิดทักษะการสื่อสารการใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัยมากยิ่งขึ้น
และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ทั้งนี้ยังฝึกให้เด็กปฐมวัยมีนิสัยที่รักการอ่าน และรักการเรียนรู้
ตลอดจนได้ฝึกการค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ได้เหมาะสมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560
9.2 ครูผู้สอน
ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินพัฒนาการ
และจัดทำสมุดประจำตัวรวมถึงใช้ผลงานในสมุดบันทึกการอ่านประกอบการประเมินผล
และนำผลการประเมินมาเพื่อใช้พัฒนาการจัดประสบการณ์ให้ดีมากยิ่งขึ้น
9.3 โรงเรียน
พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ
อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมและช่วยเหลือเด็กให้ได้มีโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน
9.4 อื่นๆ
ผู้ปกครองให้การสนับสนุนและส่งเสริมในการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและผู้ปกครองรวมถึง ผู้ปกครองและโรงเรียน
10.ปัจจัยที่ทำให้วิธีการประสบความสำเร็จ
10.1 ผู้บริหารและครู
ให้คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติที่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน เป็นแบบอย่างที่ดีของการมีนิสัยรักการอ่าน และให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมเป้นอย่างดี
10.2 เด็กและผู้ปกครอง
ให้ความร่วมมือ และมีความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม กระตือรือร้น ใส่ใจและปฏิบัติตามคำแนะนำในการทำกิจกรรม มีปฏิสัมพันธ์มที่ดีต่อครู และโรงเรียน
11.
ข้อค้นพบ
จากการจัดทำกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน ดังนี้
1. เด็กมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถใช้ภาษาที่เหมาะสมในการเล่าเรื่องราวที่ตนเองได้เรียนรู้มาจากหนังสือนิทานได้เป็นประโยค
2. ครูในระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 1-3 ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมหนูน้อยรักการอ่าน
และให้คำแนะนำที่ดีต่อผู้ปกครองก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
3. การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่
ๆ จากเพื่อนครูเช่น เทคนิค วิธีการสอน หรือการใช้เทคโนโลยี
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดกิจกรรม และการจัดประสบการณ์
จาก คุณครูณรัฐ ราชนิกูล และคุณครูทัศนีย์ ลันแดง
โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์
จาก คุณครูณรัฐ ราชนิกูล และคุณครูทัศนีย์ ลันแดง
โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์
💖💖💖บทความนี้ขอนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพียงเท่านี้
บทความหน้าจะมาต่อจากเรื่องนี้..........ครับ
ฝากติดตาม กดไลน์ กดแชร์ให้กับแอดมินด้วย นะครับ
ขอบคุณมากครับ 💖💖💖

.png)
.png)
.png)
.png)
.png)
.png)
.png)